บทความสุขภาพประจำเดือน ธ.ค.60 ครั้งที่ 2

เอกสารประกอบ

 

นิ้วล็อค

          นิ้วล็อค เป็นภาวะที่เยื่อหุ้มเอ็นหรือเอ็นนิ้วมือเกิดการอักเสบ บวม และหนาตัวขึ้น ทำให้เหยียดหรือขยับนิ้วได้ยาก

          อาการ ที่มักเกิดขึ้นคือ ปวดนิ้วมือ โดยเฉพาะบริเวณโคนนิ้ว และอาจพบนิ้วบวมร่วมด้วย หากเอ็นนิ้วมือบวมมากขึ้น การเหยียดและงอนิ้วจะเริ่มสะดุด เมื่อพยายามเหยียดนิ้วออกนิ้วจะเด้งเหมือนหลุดออกจากปลอกหุ้ม ซึ่งจะทำให้เอ็นถูกเสียดสีมากขึ้น อาจเกิดการหนาตัวของเอ็นและปลอกหุ้มเอ็น ทำให้การงอ และเหยียดนิ้วเริ่มติดจนต้องใช้มืออีกข้างมาช่วยขยับจึงเคลื่อนไหวได้

          การรักษาแบบไม่ผ่าตัด หากเอ็นนิ้วมืออักเสบและบวมมาก แพทย์อาจให้ยาลดการอักเสบ และการทำกายภาพบำบัด เช่น การกดนิ้ว การยืดนิ้วมือ การทำอัลตราซาวด์ การบริหารนิ้วมือในท่าต่างๆ  สามารถลดอาการปวด บวม และช่วยให้นิ้วมือกลับมาขยับหรือเหยียดได้ดีขึ้น ในบางรายที่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาเฉพาะที่ บริเวณเอ็นที่มีการอักเสบ

          การรักษาแบบผ่าตัด หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัด เพื่อเปิดปลอกหุ้มเอ็นนิ้วมือให้มีพื้นที่กว้างขึ้น ช่วยให้เอ็นนิ้วมือที่บวมเคลื่อนไหวได้ ทำให้นิ้วมือกลับมาขยับได้เป็นปกติ  โดยไม่ติดขัด เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ และใช้เวลาผ่าตัดประมาณ ๒๐ นาที

          วัตถุประสงค์ในการรักษาภาวะนิ้วล็อคคือ ลดปวดและลดการอักเสบ เพื่อให้นิ้วมือกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ เมื่อเอ็นนิ้วมือไม่มีการอักเสบ การบริหารนิ้วมือจะช่วยส่งเสริมให้การเคลื่อนไหวกลับมาเป็นปกติเร็วขึ้น เช่น การยืดนิ้วมือ การบีบลูกบอลนิ่ม ควรปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้งานมือ เพื่อลดการเสียดสี  ของนิ้วมือให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ เช่น ไม่หิ้วของหนัก เป็นต้น

 

จากนิตยสาร Health Today ฉบับประจำเดือน ธ.ค.๖๐ ข้อมูลจาก อ.สุธาสินี ทองอ่อน นักกายภาพบำบัด

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

 

 

 

 

 

 

 

 

โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์

          โรคสมองเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของสมองเสื่อมลงอย่างช้าๆ และต่อเนื่องในด้านต่างๆ  ในเรื่องของความจำ การใช้สมาธิ การวางแผนตัดสินใจ การใช้ภาษา การเข้าสังคม การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ พฤติกรรม จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

          อาการ ช่วงแรกผู้ป่วยจะสูญเสียความจำระยะสั้น เช่น ลืมสิ่งที่เพิ่งพูดหรือได้ยอนมา พูดซ้ำ ถามซ้ำ คิดช้า ทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ทักษะไม่เหมือนเดิม เช่น หลงทาง ออกจากบ้านคนเดียวไม่ได้       ซื้อของเองไม่ได้ ช่วงต่อมาเริ่มมีปัญหาในการประกอบกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานเองไม่ได้ ปัสสาวะและอุจจาระควบคุมไม่ได้ นอกจากนั้นอาจพบอาการทางพฤติกรรมและมีอารมณ์ผิดปกติร่วมด้วย ได้แก่ ซึมเศร้า ไม่กระตือรือร้น โมโหฉุนเฉียวง่าย เก็บตัว

          กลุ่มเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม กลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ ๖๕ ปีขึ้นไป เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง สูบบุหรี่หรือดื่มสุราในปริมาณมาก ติดสารเสพติด มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคสมองเสื่อม ผู้ที่มีระดับการศึกษาน้อยหรือทำงานไม่ค่อยได้ใช้ความคิดซับซ้อนหรือขาดการออกกำลังกาย

          การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคสมองเสื่อมให้หายขาดได้ การรักษาจึงประกอบด้วยการใช้ยาเพื่อชะลอการเสื่อมของสมอง และควบคุมอาการทางพฤติกรรมอารมณ์ของผู้ป่วย และการรักษาโดยไม่ใช้ยาโดยการฝึกบริหารสมอง รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ป่วยและญาติผู้ดูแล

          วิธีปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม ควรรับประทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช โยเกิร์ต ซีเรียล เนื้อไก่ เนื้อปลา ไขมันไม่อิ่มตัว น้ำมันมะกอก หลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวที่มาจากนม เนื้อสัตว์ประเภทหมู เนื้อวัว และควรออกกำลังกายเป็นประจำ งดดื่มสุราและสูบบุหรี่ พักผ่อนเพียงพอ        ฝึกสมาธิ มองโลกในแง่ดี หลีกเลี่ยงภาวะเครียด ทำกิจกรรมที่บริหารสมองอยู่เรื่อยๆ เช่น ฝึกบวกเลข นับเลขถอยหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคสมองเสื่อม

 

จากนิตยสาร สุขภาพดี ฉบับประจำเดือน พ.ย.๖๐ ข้อมูลจาก พญ.ธกานต์ หวังธำรง แพทย์อายุรกรรมประสาทวิทยา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

 

 

 

 

 

 

ผลดีของการออกกำลังกายในฤดูหนาว

          การออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น เพราะการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หลายคนอาจไม่อยากออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากอากาศที่เย็น ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาวมีผลดี ดังนี้

          ๑. ร่างกายอบอุ่น เผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายหน้าหนาวจะช่วยทำให้ร่างกายทนต่อความหนาวได้ดีขึ้น ร่างกายขจัดไขมันได้ง่ายเพราะระบบเผาผลาญแคลอรี่ในภาวะอากาศที่เย็นจะสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้น เพื่อรักษาความอบอุ่น

          ๒. อากาศหนาวเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ดีในการฟิตหุ่น สำหรับคนที่ต้องการอยากลดน้ำหนักหรืออยากรักษารูปร่างให้เฟิร์ม ในช่วงที่อากาศหนาวระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานได้ดีกว่าปกติ เพราะร่างกายต้องการใช้พลังงานมากขึ้น เพื่อรักษาความอบอุ่นให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดีขึ้น

          ๓. แสงแดดไม่แรงเกินไปเหมาะกับการออกกำลังกายกลางแจ้ง แสงแดดในช่วงเช้าของหน้าหนาวเหมาะกับการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพราะอาจจะไม่ร้อนจนรู้สึกเหมือนโดนแดดเผา ทำให้ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดที่ช่วยกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกส่วนต่างๆ แข็งแรง

          ๔. ป้องกันอาการซึมเศร้า ช่วงหน้าหนาวมีช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนาน ดังนั้นใครที่รู้สึกเศร้าและเครียดมากกว่าปกติ ในช่วงนี้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการขยับร่างกายบ่อยๆ จะช่วยให้สมองหลั่งสารความสุขออกมา จึงช่วยผ่อนคลายความกังวลและบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ดีขึ้น

 

จากนิตยสาร สุขภาพดี ฉบับประจำเดือน พ.ย.๖๐ ข้อมูลจาก www.netdoctor.co.uk

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

 

 

 

 

 

 

 

 

บำรุงสายตาด้วยถั่วเหลือง

          ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญที่ใช้สำหรับการมองเห็น ซึ่งการดูแลรักษาดวงตาให้มีสุขภาพดีเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นตัวช่วยที่จะบำรุงสายตาได้เป็นอย่างดี ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารถือว่ามีคุณประโยชน์ต่อสายตา และหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นคือ กรดไขมันโอเมก้า ๓

          เนื่องจากในกรดไขมันโอเมก้า ๓ มีบทบาทสำคัญในการทำงานของสมอง ตับ ระบบประสาทที่เกี่ยวกับพัฒนาการเรียนรู้ และยังช่วยบำรุงสายตาได้ นอกจากนี่ยังช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม และโรคต้อกระจก และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระคือ วิตามิน อี ช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ผิวหนังไม่ให้เปราะบางมากขึ้น กระตุ้นการปรับผิวที่เสียหาย เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยขจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณต่างๆ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า ๓ หลายคนคิดว่าสามารถหารับประทานได้จากปลาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ความจริงเราสามารถพบโอเมก้า ๓ ได้จากแหล่งอาหารอื่นๆ เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลือง เป็นประเภทน้ำมันที่ให้ประโยชน์ด้านโภชนาการอย่างกว้างขวาง น้ำมันถั่วเหลืองจะมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของร่างกายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ส่วนประกอบหลักของอาหาร ๕ หมู่ ก็จะเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญต่อการพัฒนาความแข็งแรงให้แก่ผู้บริโภคในทุกๆ ด้านได้อย่างครบถ้วน

 

จากนิตยสาร สุขภาพดี ฉบับประจำเดือน พ.ย.๖๐ ข้อมูลจาก health.haijai.com/4061

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรคที่มากับเหงื่อ

          ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน อากาศก็มักจะร้อนอบอ้าวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมา  เพื่อระบายความร้อน ซึ่งผู้ที่ไม่ใส่ใจดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ คือ กลาก เกลื้อน ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อราคนละประเภท

          กลาก มักชอบความชื้น ความแฉะ ความอับ บริเวณที่มีความอับชื่นพอเหมาะเชื้อราก็จะเจริญเติบโตทันที พบบ่อยบริเวณขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า

          เกลื้อน มักชอบความมัน เหงื่อ และความร้อน อาจจะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากภายนอก แต่เป็นเชื้อที่อยู่บนผิวหนังของทุกคน ในฤดูร้อน เหงื่อออกมากขึ้น ผิวมันมากขึ้น เกิดเชื้อราเป็นผื่นดวงๆ ขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณหน้าอก และด้านหลัง

          การดูแลรักษาเมื่อเหงื่อออกมาก มีหลายวิธี เช่น การรับประทานยา ทายา การใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ การฉีดยาโบทูลินั่มท็อกซิน การดูดไขมันเพื่อกำจัดต่อมเหงื่อ การผ่าตัด ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็น เมื่อเหงื่อออก ก็จะทำให้มีกลิ่นตัวตามมา เนื่องจากบริเวณผิวหนังมีเชื้อแบคทีเรียอาศัยอยู่ ซึ่งเชื้อแบคทีเรียจะแปลงสารในเหงื่อบางอย่างทำให้มีกลิ่นเกิดขึ้นได้ การรักษาโดยแพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อมาหา หรือใช้สบู่ที่มีสารที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ กลิ่นตัวก็จะลดลง นอกจากนี้การรับประทานอาหารส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายมีกลิ่นตัวเกิดขึ้น เช่น การรับประทานประเภท เนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือชีสบางประเภทเป็นประจำ

 

จากนิตยสาร สุขภาพดี ฉบับประจำเดือน พ.ย.๖๐ ข้อมูลจาก ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ ประชาสัมพันธ์สมาคม แพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………........